จัดฟันแบบใส (Invisalign) ข้อดี-ข้อเสีย

จัดฟันแบบใส (Invisalign) ข้อดี-ข้อเสีย จัดฟันแบบใส Invisalign คืออะไร ? การจัดฟันแบบใส Invisalign เป็นรูปแบบการจัดฟันอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เริ่มมีความนิยมขึ้นมาหลังจากที่ดารานักแสดงทั้งหลายหันมาจัดฟันแบบใสมากขึ้น เพราะด้วยหน้าที่การงานที่จำเป็นต้องโชว์หน้าตาและรอยยิ้มอยู่บ่อยครั้ง การจัดฟันแบบติดเหล็กทั่วไปอาจทำให้ภาพที่ถ่ายอาจดูขัดตา ไม่เป็นธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้การจัดฟันแบบใสเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาเหล่านั้น

ซึ่งเครื่องมือจัดฟันแบบใส (aligners) จะเป็นวัสดุที่ทำมาจากพลาสติกสีใส โปร่งแสง เนื้อบาง ไม่ต้องยึดด้วยลวดเหล็ก เวลาใส่ครอบเข้าไปที่ฟันจึงดูเหมือนว่าไม่ได้ใส่เครื่องมือจัดฟัน สามารถถอดออกได้ เวลาทานอาหารเลยไม่ต้องกังวลว่าเครื่องมือจัดฟันแบบใสจะหลุดหรือเปล่า ไม่ต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อติดเหล็กใหม่ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ

เครื่องมือจัดฟันแบบใสจะมีลักษณะคล้ายกับถาดที่เอาไว้ใช้ฟอกสีฟัน มีการติดตัวattachmentไว้ที่ฟัน เพื่อควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของฟัน ให้เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันกับเครื่องมือจัดฟันแบบใส สำหรับเครื่องมือจัดฟันแบบใสชุดหนึ่งจะใส่เพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น แล้วก็ต้องเปลี่ยนไปใส่ชุดถัดไปเพื่อให้ฟันค่อยๆเคลื่อนที่ไปตามแผนการรักษาที่วางไว้

ขั้นตอนของการจัดฟันแบบใส

1. เอ็กซเรย์และถ่ายรูปช่องปาก

การจัดฟันแบบใสก็เหมือนกับการจัดฟันแบบทั่วไปที่ต้องมีการเอ็กซเรย์ พิมพ์ปาก ถ่ายรูปใบหน้าและภายในช่องปาก เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินและวางแผนการจัดฟันแบบใสที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยต้องคำนึงถึงระยะห่างของฟันแต่ละซี่ ฟันบนและล่างต้องสบกันพอดี ไม่มีปัญหาในการบดเคี้ยว

รวมไปถึงตรวจสอบความผิดปกติของรากฟัน ปัญหาฟันต่างๆที่ไม่สามารถตรวจสอบจากภายนอกได้ หากพบจุดที่มีปัญหาจะได้ทำการรักษาต่อในขั้นตอนการเคลียร์ช่องปาก

2. เคลียร์ช่องปากให้เรียบร้อย

เมื่อเอ็กซเรย์และถ่ายรูปเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือเคลียร์ช่องปากให้เรียบร้อยก่อนจะใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใส ทันตแพทย์ที่เป็นคนรับผิดชอบเคสก็จะทำการรักษาฟันที่มีปัญหา มีการขูดหินปูน อุดฟันในส่วนที่เกิดการผุกร่อน หากคนไข้มีฟันคุดที่ยังไม่ขึ้นก็ต้องทำการผ่าฟันคุดออกให้เรียบร้อย ฟันซี่ไหนมีปัญหาอะไรก็ต้องรักษาให้หายก่อนจัดฟันแบบใสทุกซี่ จะได้ไม่เกิดความยุ่งยากในภายหลัง

3. สแกนฟันแบบ3Dด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

จัดฟันแบบใสจะมีการสแกนฟันแบบ3Dเพื่อจำลองตำแหน่งฟันในปัจจุบันขึ้นมาให้เห็นภาพมากขึ้น ช่วยให้สามารถวางแผนการจัดฟันแบบใสได้ถูกต้องและแม่นยำ ฟันซี่ไหนควรเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดก็จะถูกประเมินในขั้นตอนนี้ ทำให้ทราบระยะเวลาคร่าวๆที่ต้องใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใส นอกจากนั้นยังสามารถแสดงภาพจำลองฟันหลังจากจัดฟันแบบใสเสร็จแล้ว ให้คนไข้ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงแม้ยังจะไม่ได้ใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสก็ตาม

มีการพิมพ์ปากเพื่อนำไปเป็นแม่พิมพ์ในการขึ้นรูปเครื่องมือจัดฟันแบบใส หลังจากนั้นเมื่อทันตแพทย์วางแผนการรักษาเรียบร้อย ก็จะนัดคนไข้มาฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดฟันแบบใส จำนวนชุดของอุปกรณ์และเครื่องมือจัดฟันแบบใส ระยะเวลาที่ต้องใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสแต่ละชุดอีกครั้ง

4. ใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใส

หลังจากที่ทันตแพทย์ได้พิมพ์ปากจากการสแกนฟัน ก็จะทำการผลิตเครื่องมือจัดฟันแบบใสสำหรับคนไข้ในเคสนั้นๆขึ้นมา ทันตแพทย์จะนัดหมายให้เข้ามาทดสอบความพอดีของเครื่องมือจัดฟันแบบใสอีกครั้ง หากสวมเข้าไปแล้วพอดี ไม่มีจุดที่ต้องแก้ไขก็สามารถใช้ได้เลย

แต่ก่อนจะใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสครั้งแรก จะมีการติดตั้งattachmentที่บริเวณฟันแต่ละซี่ของคนไข้ เพื่อใช้เป็นตัวควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของฟัน ให้เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกับเครื่องมือจัดฟันแบบใส โดยจะติดตั้งในตำแหน่งที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับทิศทางที่อยากให้ฟันเคลื่อนที่ไป

ทันตแพทย์จะแจ้งข้อควรปฏิบัติ วิธีดูแลความสะอาดภายในช่องปากหลังจากใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใส หลังจากนั้นจะทำการนัดหมายอีกครั้งเพื่อติดตามความคืบหน้า และเปลี่ยนชุดเครื่องมือจัดฟันแบบใสไปเป็นอีกชุดหนึ่ง ที่จะทำให้ฟันเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ทันตแพทย์วางแผนไว้

5. ใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงสภาพฟัน

เมื่อสิ้นสุดก่ารจัดฟันแบบใส สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็เหมือนกับการจัดฟันแบบทั่วไป นั่นก็คือการใส่รีเทนเนอร์เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของฟัน เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยคงสภาพให้ฟันอยู่ในตำแหน่งเดิมที่คนจัดฟันแบบใสต้องใส่เป็นประจำ และทำตามที่ทันตแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ฟันยังคงเรียงตัวสวยงามเหมือนเดิม

ในช่วงแรกจะต้องใส่รีเทนเนอร์ตลอดทั้งวัน เพราะหลังจากที่ไม่ต้องใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใส นี่จะเป็นช่วงที่ฟันจะเคลื่อนที่ได้ง่าย ต้องระวังเป็นอย่างมาก ไม่อย่างนั้นอาจจะได้จัดฟันแบบใสอีกรอบ เพื่อแก้ไขตำแหน่งฟันที่เคลื่อนไปจากเดิม ส่วนระยะเวลาที่ต้องใส่ตลอดทั้งวันขึ้นอยู่กับสภาพฟันของแต่ละคน ถ้าผ่านช่วงนี้ไปแล้วสามารถใส่รีเทนเนอร์เฉพาะเวลานอนได้ตามที่สะดวก เพื่อให้รอยยิ้มยังคงสวยงามเหมือนเดิม ไม่ต้องเสียเวลากลับมาจัดฟันแบบใสอีกรอบ

ข้อดีของการจัดฟันแบบใส

1. ทานอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ เพราะเครื่องมือจัดฟันแบบใสสามารถถอดออกได้สบายๆ ช่วยให้การทานอาหารในแต่ละมื้อไม่ยุ่งยากอย่างเคย ไร้อุปสรรคขัดขวาง และไม่ต้องจำเป็นต้องคอยระวังไม่ให้ตัวเครื่องมือจัดฟันแบบใสหลุด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับติดเหล็กอีกด้วย

2. เครื่องมือจัดฟันแบบใส ถ้าไม่สังเกตดีๆก็จะมองไม่เห็นตัวเครื่องมือเลย เพราะเป็นพลาสติกใสโปร่งแสง ช่วยให้โชว์รอยยิ้มได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลว่าสีของเครื่องมือจัดฟันแบบใสจะทำให้ดูสะดุดตา นี่จึงเป็นเหตุผลหลักๆที่ดารานักแสดงเลือกจัดฟันแบบใส

3. ทำความสะอาดง่าย ถ้าเป็นการจัดฟันแบบใส สามารถถอดเครื่องมือออกมาเพื่อแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟันขจัดเศษอาหารที่อยู่ตามซอกฟันได้สะดวกกว่า ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายซื้อแปรงแบบพิเศษและแปรงซอกอันเล็กๆมาใช้ ส่วนเครื่องมือจัดฟันแบบใสก็ต้องทำความสะอาดด้วยเหมือนกัน ใช้แปรงสีฟันขัดเบาๆแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ควรทำทุกวันเพื่อไม่ให้ตัวเครื่องมือจัดฟันแบบใสเกิดการสะสมของเชื้อโรค และกลายเป็นสาเหตุของโรคต่างๆในช่องปาก

4. ไม่มีแผลในปาก เพราะการจัดฟันแบบใสไม่ต้องติดเครื่องมือจัดฟันและลวดที่เป็นเหล็ก โอกาสที่เครื่องมือจัดฟันแบบใสจะบาดเหงือกมีน้อยมากๆ ไม่ก่อให้เกิดความรำคาญใดๆ เล่นกีฬา ทำกิจกรรมได้ตามสะดวก ไม่ต้องกังวลว่าตัวเหล็กจะทิ่มกับกระพุ้งแก้มจนเกิดแผล

5. พูดชัดเหมือนเดิม การใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสไม่ได้ส่งผลอะไรกับการขยับรูปปาก อาจจะมีแค่2-3วันแรกที่อาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่หลังจากนั้นก็จะสามารถปิดปากได้สนิท ออกเสียงได้ชัดถ้อยชัดคำเหมือนก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้ใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใส

ข้อเสียของการจัดฟันแบบใส

1. ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการจัดฟันแบบปกติ เนื่องจากการจัดฟันแบบใสมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ตั้งแต่เครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์และวางแผนการเคลื่อนของฟัน ค่าวัสดุที่ใช้ขึ้นรูปเครื่องมือจัดฟันแบบใสแต่ละชิ้น และต้องใช้ความชำนาญของทันตแพทย์ในการวางแผนพอสมควร

2. จำเป็นต้องใส่เครื่องมือจัดฟันแบบใสตลอดทั้งวันหรืออย่างน้อย 22 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ฟันเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ถูกต้อง เมื่อถึงวันนัดหมายพบทันตแพทย์ครั้งต่อไป ฟันจะได้อยู่ในตำแหน่งที่พอดีกับเครื่องมือจัดฟันแบบใสชุดถัดไป

จัดฟันแบบใสเหมาะกับใคร

ดารา นักแสดง หรือผู้ที่ไม่ต้องการให้ใครสังเกตเห็นเหล็กจัดฟัน เพราะอาจส่งผลในเรื่องภาพลักษณ์ บุคลิกภาพได้
ผู้ที่ชอบทานอาหาร ไม่อยากให้การจัดฟันแบบใสมาเป็นอุปสรรคในการทานของอร่อย
ผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตในแบบเดิม ไม่ชอบที่ต้องมาทำความสะอาดฟันด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยาก
ผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลามาตามนัด เพราะถ้าเป็นการจัดฟันแบบติดเหล็ก จะมีการนัดมาปรับลวดเหล็กค่อนข้างบ่อย
ผู้ที่มีปัญหาฟันไม่ซับซ้อน(ทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินในส่วนนี้เอง)